Janjee's profile~๐JuSt..Me..And..MySelF๐...PhotosBlogLists Tools Help

Janjee ...

Occupation
Interests
การรอคอยอันยาวนาน..ที่ไม่รู้ว่า จะได้พบใครสักคนหรือไม่

Quote of the Day

Loading...

~๐JuSt..Me..And..MySelF๐~

just let me.....be myself
04 July

ความคิดฟุ้งซ่าน

ทำไม หลังจากกลางคืนผ่านไป ฟ้าต้องสางด้วย
ทำไม คนอื่นๆต้องยิ้มอย่างมีความสุขด้วย
ทำไม ทีวี ถึงต้องพยากรณ์อากาศของพรุ่งนี้ด้วย

ฉัน ไม่ค่อยจะเข้าใจโลกนี้
..
โลกนี้..เป็นแบบไหนกัน
..
 แล้วเรื่องของตัวเองล่ะ เป็นแบบไหนกัน
 
..
บางครั้งก็รู้สึกว่า ตัวเองนั้น"ว่างเปล่า"
การมีตัวตนก็ว่างเปล่า
 
บนทางเดินที่ก้าวย่าง ผู้คนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป.
..
ฉันผ่านมา แล้วก็ผ่านไป

ช่างไม่มีความหมายต่อกันเลย
 
จนบางครั้ง รู้สึกเหมือนกับว่า
"คนที่ไม่ได้เข้าร่วมในโลกนี้ คือ ฉันเองหรือ"
 
คำถามที่ผุดขึ้นในใจ นับร้อย นับพันครั้ง
ว่าฉัน เป็นคนที่จำเป็นหรือ
..
เป็นสิ่งมีชีวิตที่จำเป็นหรือ
..
เป็นคนที่ จำเป็นต่อโลกนี้ จริงๆหรือ
..

อดคิดไม่ได้ว่า ..คนที่จำเป็นต่อโลกนี้ จริงๆแล้ว
 ไม่มีสักคน
 
ทั้งพ่อแม่ ทั้งครู ทั้งคนใหญ่คนโต
ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่
ทั้งตัวฉัน  หรือ ใคร
 
ไม่ใช่คนจำเป็นอะไรเลยสำหรับโลกนี้
 
ใครตายก็ไม่ทำให้โลกเดือดร้อน
กลางคืนกลางวัน ก็มาเหมือนทุกที
...
รับรองว่า โลกนี้ ไม่มีใคร เป็นคนที่จำเป็น
...
มันช่างน่าเศร้า ..อ้างว้างเหลือเกิน
 
 
บางทีนั่งอาจจะเป็นเหตุผล
ที่คนเราจึงใฝ่หาคนนั่นเอง..
 
อยากทำให้ใครเป็นคนที่จำเป็น
อยากเป็นคนที่จำเป็นสำหรับใคร
 
 
..
..
อยากเจอใครคนนั้น
..
12 June

ฉันเป็นถังดับเพลิง

บางครั้ง ฉันรู้สึกเหมือน เป็นถังดับเพลิง..

เป็นเครื่องที่มีประโยชน์จริง
แต่จะมีคนนึกถึงก็เฉพาะตอนไฟไหม้เท่านั้น..
22 February

กาแฟขม

กาแฟขม..

ฉันถือแก้วไปเติมน้ำตาลอีกสองช้อนชา..ลองชิมดูอีกครั้ง ..ยังไม่หวานพอ จึงเติมอีกสองช้อนแล้วกลับไปนั่งที่เดิม
 
ภายในห้องแอร์เย็นฉ่ำ
ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง
ไอร้อนของเที่ยงวันส่องแสงแผดเผาทุกอย่างที่ตั้งอยู่นอกบ้าน
ราวกับจะบ่งถึงเดือนมีนาคมที่กำลังจะมาถึง
 
กาแฟยังไม่หวาน..

จะต้องมีบางอย่างผิดพลาด...
   ฉันเผลอใส่กาแฟมากไปในบริมาณน้ำที่เท่าเดิม..
   น้ำตาลไม่หวาน
   ลิ้นไม่รับรู้รสหวาน
   หรือเพราะความรู้สึก ว่ามันไม่หวาน
 
 
ฉันรินมันทิ้ง เพื่อชงใหม่..
   กาแฟสองช้อนอย่างบรรจง
   น้ำตาลสามช้อนอย่างบรรจง
   น้ำร้อน 3/4 แก้ว อย่างบรรจง
 
 
กาแฟอร่อยดี..

 

เมื่อทบทวนวิธีชงเมื่อครู จึงรู้ว่า เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีก
ต่อไปฉันจะใส่ส่วนผสมทุกอย่างอย่างบรรจง

..

..

ฉันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
นึกขอบคุณกระจกหน้าต่างที่ทำหน้าที่ราวกับผนังกั้นไม่ให้ไอร้อนและอากาศเย็นในห้องปะปนกัน
สิ่งที่ต่างกัน เมื่อมาอยู่ใกล้กัน ถ้าหากไม่ปรับเข้าหากันแล้ว
ก็คงจะต้องหาอะไรมาเป็นตัวกั้นอยู่เช่นนี้
 
เหมือนกับความสัมพันธ์ ใน หลายๆความสัมพันธ์
ที่หากนำความแตกต่าง หันมาชนกัน แต่ไม่มีสิ่งที่เป็นเส้นกั้นไว้..
แม้จะยอมรับ
แม้จะเข้าใจ
แต่ก็ไม่อาจจะอยู่ร่วมกัน

กาแฟอร่อยมาก..
ถูกต้องแล้วที่เทมันทิ้งเพื่อชงใหม่
 
สิ่งที่ฉันเคยเลือกทำ คือ เททิ้งความผิดพลาดที่เคยเกิด
เพื่อเริ่มต้นจัดการกับอะไรต่อมิอะไรเสียใหม่...อย่างบรรจง
 
จริงๆจะพูดว่าเททิ้งก็ไม่ถูกต้องนัก
เพียงแต่แปรรูปสิ่งที่มีอยู่เดิม ให้เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่
ที่คาดหวัง ในความเป็นตัวตนของอีกฝ่ายน้อยลง

แต่จนถึงตอนนี้ ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจนัก  สิ่งที่ทำเป็นทางเลือกที่ถูกต้องหรือเปล่า
เพราะยังไม่เคย ได้เริ่มต้น ความสัมพันธ์ใหม่ๆเสียที
 
เพียงแต่หวังว่า คนที่เลือก
จะเดินเข้ามาในความสัมพันธ์นั้น
จะต้องการ มัน อย่างที่มันเป็นอยู่ .. อย่างที่ฉันเป็น
 
 
กาแฟหมดแล้ว..

ฉันยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ..
รอคอย..

05 February

....

เพิ่งจะเข้าเริ่มรู้สึกว่า
...
 
ฉันเองอยากได้หัวใจที่กว้างใหญ่เหมือนท้องฟ้า..
..
..
 
กว้างพอที่จะไม่นึกโกรธ หรือเสียใจ กับคำพูด และการกระทำ
บางอย่างที่ไร้การยั้งคิด
..
..
ใจกว้างจนกระทั่งเป็นคนที่ให้อภัยกับทุกเรื่องได้..
แม้จะเป็นเรื่องที่รูสึกแย่แค่ไหน..
 
 
....
 
 
วันนั้น จะมาถึงมั๊ยนะ
12 December

วันนี้ ที่ANC

 

นาฬิกาบอกเวลาเก้าโมงครึ่ง
สำหรับเราแล้ววันนี้เป็นอีกวันหนึ่ง ที่หลังจากราวน์เช้า
ก็จะต้องไปออกตรวจที่คลินิกฝากครรภ์ หรือ ออก
ANC ตามตารางของวอร์ดสูติ

 

ลมเย็นพัดตีหน้า เมื่อเดินผ่านประตูตึก
สะบัดให้ป้ายนิสิตแพทย์ที่ติดอยู่ที่เสื้อด้านซ้ายปลิวขึ้นเป็นจังหวะ
ถึงจะใส่เสื้อนิสิตและเสื้อกาวน์สองชั้น บางครั้งถ้าลมพัดแรงๆ ก็ทำให้รู้สึกขนลุกได้  
ราวกับจะตอกย้ำถึงฤดูหนาวที่นานๆครั้งจะได้สัมผัสกับลมเย็น  ..

..

ห้องเบอร์ 4 เป็นเบอร์ที่ถูกฉโลกกันเราในวันนี้ ..
ประตูถูกเปิดออก คนไข้ถูกขานชื่อ และนำมานั่งรอตรวจหน้าทุกห้อง ..

นิสิตแพทย์ชั้นปีที่สี่ซึ่งมีประมาณเก้าคน ก็จะต้องทำหน้าที่
ซักประวัติเพื่อดูความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ และตรวจหน้าท้อง
แล้วจึงรายงานผลให้อาจารย์ทราบ และมาตรวจซ้ำอีกครั้ง  ..

หลังจากเวลาผ่านไปอีก 15นาที อาจารย์ก็มาถึง และ การตรวจครรภ์ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเคย .. 
วันนี้ก็เช่นกัน ถึงแม้จะอากาศหนาวเพียงไร โรงพยาบาลก็จะเปิดแอร์เท่าเดิม
 ทำให้ทั้งคนไข้และเจ้าหน้าที่ ยืนสั่นไปตามๆกัน ...
นอกจากนี้ ถือว่าเป็นวันที่อาจารย์มาค่อยข้างน้อย  
หลังจากซักประวัติแล้ว จึงต้องใช้เวลาสักพักกว่าอาจารย์จะมาตรวจซ้ำ ..

 

เด็กหญิงน่าตาน่ารักเดินเข้ามาในห้องตรวจพร้อมคุณแม่.
ระหว่างที่ตรวจครรภ์คุณแม่ เด็กหญิง นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรวจ  

ในมือหนึ่ง ถือ ห่อมะขามแก้วที่แกะไว้ครึ่งหนึ่ง
ส่วนอีกมือ ถือหนังสือนิยายที่มีรูปเจ้าหญิง เจ้าชาย และ ปราสาทหลังใหญ่ที่ดูคล้าย ทัช มาฮาลที่หน้าปก

มะขามแก้ว .. เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการถนอมอาหาร ..
ใครๆก็คงเคยเรียนเกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทั้งนั้น
พูดง่ายๆก็คือการยืดอายุให้บางสิ่งบางอย่างที่ต้องการถนอมไว้นานๆ
ไม่ว่าจะผัก ปลา นม มะขาม หรือกระทั้ง รัฐวิสาหะกิจให้ยืดอายุออกไปตามที่เราต้องการ ..

จนเผลอคิดไปว่า จะเป็นไปได้มั๊ย
ที่จะแปรรูป ยืดเวลา เก็บถนอมความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้ ..
ให้คงอยู่กับเราตราบนานเท่านาน

หลังจากตรวจคุณแม่เสร็จ ก็จะต้องรอเวลาที่อาจารย์มาตรวจซ้ำ

 

เด็กน้อยเห็นว่าตรวจเสร็จแล้ว จึ่งกระโดดขึ้นมานั่งข้างคุณแม่ 
เปิดหนังสือภาพออก และเรียกร้องให้คุณแม่อ่านหนังสือให้ฟัง .. 
หน้าแล้วหน้าเล่าที่คุณแม่พลิกไป พร้อมกับอ่านนิทานไปเรื่อยๆ 
ถึงแม้จะไม่ถึงหน้าสุดท้าย ก็เดาได้ว่าตอนจบ จะต้องเป็น
“ เจ้าหญิง และ เจ้าชาย ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดกาล ...”

...

...

เด็กหญิงคงไม่รู้ว่า ตลอดกาล ยาวนานเกินไปสำหรับการดำรงอยู่
โดยเฉพาะสิ่งของที่จับต้องไม่ได้ ทั้งรัก ชอบ เกลียด โกรธ
ต่างก็ต้องสลายไปตามกาลเวลา ..

 

อาจารย์มาถึง และตรวจท้องคุณแม่ ยืนยันว่า เราตรวจได้ถูกต้อง..


ก่อนกลับออกไป เด็กน้อยและคุณแม่ หันมาขอบคุณ

เผลอมองไปที่รูปปราสาททัชมาฮาลที่หน้าปก

ทัช มาฮาล ..
อนุสรณ์แห่งความรัก ที่ กษัตริย์ ชาจาฮัน สร้าง
เพื่อเป็นที่ระลึกถึงคนรัก ที่ตายเมื่อคลอดลูกคนที่ สิบสี่ ..
ภายใน สลักเสลาไปด้วยรูปภาพ คำกลอน เรื่องราว
ที่แสดงถึงความโศกเศร้าเสียใจในการจากไป
และความรักที่มีต่อภรรยา

.... 

บางที ทัชมาฮาลเอง อาจจะเป็นคำตอบของคำถามในข้างต้น

....


ทัชมาฮาลเอง..ก็อาจเป็นผลิตผลจากการแปรรูป
ความรู้สึกรักที่มีมากมาย  ให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้  
และ กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนบนโลก ต่างซาบซึ้ง ..
และ ถนอมความรู้สึกนั้นมาเป็นร้อยปี ..
 

..

..
แม้ว่ามุมตัส มาฮาล ภรรยา จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

 

19 July

ชีวิตบนวอร์ด

เหงา

 

 

เป็นครั้งแรกที่พูดได้เต็มปากว่าเหงา

 

ที่จริงเพราะว่ายุ่งๆ และ มีอะไรให้ทำจนขี้เกียจมาอัพเสปซ

แต่ตอนนี้ พอเหงาก็ดันกลับมาอยากอัพใหม่

 

ขึ้นวอร์ดมาเป็นเดือนแล้ว แต่ก็ยังเหงาอยู่ เหมือนจะปรับตัวไม่ได้ซะที

 

อาจเป็นเพราะไม่สนิทกับเพื่อนบนวอร์ด

อาจเป็นเพราะเบื่อ กับการตื่นมาราวน์ตั้งแต่หกโมงกว่า และเลิก ห้าหกโมงตอนเย็น

อาจเป็นเพราะ ต้องอยู่หอคนเดียว (ไอ้พวกหอชายขาดการติดต่อ)

อาจเป็นเพราะ เดี๋ยวนี้ขี้เหงาเกินไป จิตใจอ่อนแอ

หรืออาจเป็นเพราะ ว่าง ในเวลาที่คนอื่นไม่ว่าง และไม่ว่างในเวลาที่คนอื่นว่าง

ทำให้รู้สึกว่าชีวิต มันต้องอยู่คนเดียวตลอดเวลา

 

 

ไปเรียนก็ไปคนเดียว

กินข้าวก็กินคนเดียว

แล้วแต่ดวงว่าวันนั้นจะมีใครใจตรงกันลงมากินเป็นเพื่อน

อ่านหนังสือ ก็อ่านอยู่บนหอคนเดียว เปลี่ยวโคส

 

 

จนบางทีก็คิดไปว่า นี่กูอยู่คนเดียวไม่ได้ขนาดนี้เลยเหรอ

พอว่าง (หลังจากนอนจนอิ่ม) ก็ไม่รู้จะทำอะไร

ไม่รู้จะโทรหาใคร  ชวนใครไปไหนมันก็ไม่ว่าง  และ ก็ไม่ได้พยายามจะว่างมาเจอกัน

 

บางครั้ง ก็ถามตัวเองว่า ไอ้เพื่อนที่เคยมี มันหายไปไหนหมดวะ !

กุทิ้งมัน หรือมันทิ้งกุ หรือ ยังไงกันแน่

 

อีกสองอาทิตย์จะสอบ และพรุ่งนี้จะต้องไปรับเคส..

แต่ก็ยังไม่อยากอ่าน และไม่อยากขึ้นวอร์ด  รู้สึก depress อย่างแรง..

10 March

ในที่สุดก็ปิดเทอม

จงมีความไฝ่ฝัน มีจินตนาการ และสร้างกำลังใจให้ตนเอง...
มีคำกล่าวว่า...
"ชีวิตจะเป็นเช่นไรขึ้นอยู่กับกำลังใจและความเชื่อของเรา"
ถ้าไม่มีความเชื่อก็จะไม่มีความฝันหรือความคิดอะไร
นอกเหนือจากจะทนอยู่กับสภาพเดิม ๆ ...
สิ่งที่สำคัญต่อจากความเชื่อนั่นก็คือ "กำลังใจ" นั่นเอง...
 
หากคิดว่าเราทำได้ เราก็ทำได้...
หากคิดว่าเราชนะ เราก็จะชนะ...
แต่หากคิดว่าแพ้ โอกาสแพ้ก็จะมีมากเหลือเกิน...
ความคิดในวันนี้หากคิดว่าเป็นไปไม่ได้...
ก็อาจจะแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลงมือกระทำเสียด้วยซ้ำไป
 
...............
 
วันนี้เพิ่งไปซ่อมพอร์ทมาล่ะ
สรุปว่า ไม่ผ่านแค่ out come เดียว แก้แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว
 ในที่สุดก็รู้สึกว่าได้ปิดเทอมจริงๆสักที
หลังจากการสอบ ศรว ที่เข้มข้นไป
จริงๆรู้สึกว่ามันยากมาก แต่ อาจจะเกิดจากที่ เราเตรียมตัวมาไม่พอก็ได้
ไม่เป็นไร วันที่ 16 ก็คงจะรู้ผล
 
พรุ่งนี้จะไปเที่ยวแล้วล่ะ
หลังจากนี้ การจะได้ไปเที่ยวกันครบสิบคน คงจะเป็นเรื่องที่ยากมาก
เพราะว่าทุกคนก็คงจะแยกย้ายกันไป
 
ปลั๊ก กะ ปริ๊น ก็ต้องไป ชล
ส่วน พวกเราก็คงจะแยกกันขึ้นวอร์ด
ไม่ได้มีเวลามาลันลากันบ่อยๆอีก
 
แต่ไม่เป็นไร ไม่ว่ายังไง ก็ยังเป็นเพื่อนกันเสมอ
เหมือนกับเพื่อนๆที่สาธิต หรือเพื่อนๆที่เตรียม
เราก็ยังติดต่อกันได้เรื่อยๆนี่เนอะ..
 
There are no photo albums.

Windows Media Player

No list items have been added yet.